02-8642157-9     @fwtgroup

หนองคาย อุดรธานี 3 วัน 2 คืน

0
3 วัน 2 คืน
3 วัน 2 คืน

Proceed Booking

Save To Wish List

Adding item to wishlist requires an account

59
รายละเอียด

ตามรอยเส้นทางพญานาค หนองคาย – อุดรธานี

พร้อมชมบั้งไฟพญานาค ปรากฏการณ์ที่ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้

3 วัน 2 คืน

กำหนดการเดินทาง

วันที่ 1อุดรธานี – บ้านเชียง –วัดสันติวนาราม-วัดป่าภูก้อน

08.00 น. ได้เวลาอันสมควรออกเดินทางสู่บ้านเชียง นำท่านชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง หรือ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เป็นแหล่งทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศไทย ภายในจัดแสดงวิถีชีวิตของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้รับรู้ถึงการดำรงชีวิตในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปกว่า 5,000 ปีอีกด้วย ซึ่งอาจเป็นวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
10.30 น ชื่นชมกับพระอุโบสถกลางน้ำรูปดอกบัวแห่งเดียวในเมืองไทย ณ.พุทธอุทยานวัดป่าดงไร่ หรือ วัดสันติวนาราม เป็นวัดที่มีสะพานทอดยาวเป็นทางเดินเชื่อมไปยังตัวพระอุโบสถ ภายในพระอุโบสถจะพบกับพระพุทธรูปสวย ล้อมรอบด้วยภาพวาดฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

บ่าย นำท่านชม วัดป่าภูก้อน เป็นที่ประดิษฐานพุทธมณีอันยิ่งใหญ่ล้ำค่าซึ่งเกิดจากความดำริของพุทธบริษัท ผู้ตระหนักถึงคุณค่าอันยิ่งใหญ่และความสำคัญของป่าไม้ธรรมชาติที่เหลือน้อยลงทุกวัน โดยมุ่งดำเนินตามรอเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้นน้ำลำธาร ตลอดจนสัตว์ป่า และพรรณไม้นานาพันธุ์ เพื่อให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยคู่กับ แผ่นดินไทย พร้อมทั้งเพื่อจรรโลงส่งเสริมพระบวรพุทธศาสนา ให้เจริญมั่งคงคู่แผ่นดินไทยตราบชั่วกาลนาน ชมพระพุทธรูปไสยาสน์ ปางปรินิพพาน ใหญ่ที่สุดในโลก หินแกะสลักด้วยหินอ่อนสีขาว(ไว้ท์คาร์ราร่า) นำเข้าจากอิตาลี ความยาว 20 เมตรที่สวยงาม พร้อมทิวทัศน์โดยรอบที่ทุกท่านจะต้องประทับใจ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมใน จ.อุดรธานี

วันที่ 2อุดรธานี – หนองหาน – วัดโพธิสมภรณ์ คำชะโนด – หนองคาย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. นำท่านเดินทางสู่อำเภอหนองหาน
09.30 น. นำท่านเข้าสู่ วัดโพธิสมภรณ์ เป็นอีกหนึ่งวัดที่ชาวจังหวัดอุดรธานีให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก ภายในมีปูชนียสถานสำคัญ ได้แก่ “พระพุทธรัศมี” พระประธานในพระอุโบสถ, “พระพุทธรูปศิลาแลง” ประดิษฐานที่ซุ้มฝาผนังพระอุโบสถด้านหลัง, “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” ซึ่งได้หน่อมาจากรัฐบาลประเทศศรีลังกา, “รอยพระพุทธบาทจำลอง” มีอายุ 200 ปีเศษ และ “พระบรมธาตุธรรมเจดีย์” บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูป พระไตรปิฎก คติธรรมคำสอน อัฐิธาตุพระอรหันตสาวก และรูปเหมือนพระบูรพาจารย์ จากนั้นนำทุกท่านเดินทางเข้าสู่ อ.บ้านดุง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

บ่าย นำท่านเที่ยวชม “ป่าคำชะโนด” ดินแดนต้นไม้แห่งพญานาคราช สถานที่ที่คนไทยในประเทศพูดถึงกันมากที่สุดในเวลานี้ ด้วยความเร้นลับที่พิสูจน์ไม่ได้ถึงความบังเอิญหลายอย่าง เช่นผู้ที่ไปกราบไหว้ มักจะถูกรางวัลที่ 1 ตลอดจนตำนานผีจ้างหนังที่ถูกกล่าวขานหลายชั่วอายุคนทำให้เป็นจุดหมายที่ใครหลายคนต้องการไปกราบไหว้เพื่อขอพรจากปู่ศรีสุทโธ
15.00 น. ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางเข้า สู่บ้านน้ำเป อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย รอชม บั้งไฟพญานาค ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งจะมีลูกไฟประหลาดที่ผุดขึ้นกลางแม่น้ำโขงสู่ท้องฟ้าลักษณะเป็นลูกกลมเรืองแสงลอยขึ้นจากน้ำขึ้นไปในอากาศแล้วจางหายไปอย่างรวดเร็ว เชื่อกันว่าพญานาคจุดบั้งไฟขึ้นเพื่อถวายพระพุทธเจ้าซึ่งเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นพุทธบูชาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ แบบปิกนิก ระหว่างรอชมบั้งไฟพญานาค สมควรแก่เวลาเดินทางเข้าสู่ จ.บึงกาฬ
22.30 น. นำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมในจ. บึงกาฬ ราตรีสวัสดิ

วันที่ 3หนองคาย – ภูสิงห์ – แก่งอาฮง – หนองคาย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

07.30 น. ออกเดินทางสู่ ภูสิงห์ นำท่านเปลี่ยนเป็น รถท้องถิ่นขึ้นชม หินสามวาฬ หินหัวช้าง หินรูปช้าง กำแพงหินยักษ์ ในพื้นที่ของภูสิงห์นั้น เต็มไปด้วยกลุ่มของก้อนหินรูปทรงต่าง ๆ หน้าผา และถ้ำ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ เกิดเป็นความสวยงาม หินสามวาฬ มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง แยกตัวเป็น 3 ก้อน มีอายุประมาณ 75 ล้านปี หนึ่งเดียวของโลก ความพิเศษของหินสามวาฬอยู่ตรงที่ เมื่อมองดูจากระยะไกล หินสามก้อนนี้จะดูคล้ายกับฝูงครอบครัววาฬ ที่ประกอบด้วยพ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ ซึ่งเรียกตามขนาดของหินแต่ละก้อน

11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ แก่งอาฮง หรือจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” ณ วัดอาฮงศิลาวาส ตำบลหอคำ เขตอำเภอเมืองบึงกาฬห่างจากตัวจังหวัด 21 กิโลเมตร ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถวัดความลึกได้กระแสน้ำไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่จัง สังเกตได้จากเมื่อมีวัสดุหรือซากไม้ขนาดใหญ่ลอยมาเมื่อถึงบริเวณนี้ สิ่งของต่างๆ จะหมุนวนอยู่ประมาณ 30 นาที จึงจะไหลต่อไป ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” มีความกว้างประมาณ 300 เมตร จากนั้นเดินทางสู่ ท่าอากาศยานอุดรธานี

อัตราค่าบริการ

โปรดสอบถามเจ้าหน้าที่

เงื่อนไข

โปรดสอบถามเจ้าหน้าที่