02-8642157-9     @fwtgroup

มุกดาหาร 3 วัน 2 คืน

0
3 วัน 2 คืน
3 วัน 2 คืน

Proceed Booking

Save To Wish List

Adding item to wishlist requires an account

68
รายละเอียด

 “มุกดาหาร อีสานสุดฟิน”

มุกดาหาร เมืองสวยริมโขง มีความเงียบสงบ

สัมผัสความเชื่อและสถานที่ เกี่ยวกับพญานาค 3 วัน 2 คืน

กำหนดการเดินทาง

วันที่ 1มุกดาหาร – ภูผาเทิบ – มุกดาหาร

07.30 น. คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย บริเวณสนามบินมุกดาหาร

08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ภูผาเทิบ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของมุกดาหาร ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ภายในอุทยานมีจุดท่องเที่ยวหลายจุด แต่จุดท่องเที่ยวไฮไลท์ คือ ประติมากรรมกลุ่มหิน ที่ประกอบด้วยหินรูปร่างลักษณะต่าง ๆ วางซ้อนกันอย่างวิจิตรพิสดาร บนลานหินกว้างและยาวกลายเป็นสวนหิน หินบางก้อนมีรูปร่างคล้ายเครื่องบินไอพ่น รอบเท้าบูท เก๋งจีน มงกุฎ และคล้ายสถูป บริเวณลานหินมีป่าเต็งรังที่มีลักษณะแคระแกร็นสวยงาม ให้ท่านได้ชื่นชมกับความงดงามของกลุ่มหินรูปร่างแปลกตา ต่างๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ ลม แสงแดดมีลักษณะเป็นเพิงหิน ประติมากรรมหินที่เป็นริ้วรอยตามธรรมชาติ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีสิ่ง มหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่สวยงาม และตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมุกดาหาร อิสระทุกท่านตามอัธยาศัย
11.00 น. นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองมุกดาหาร

11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเที่ยวชม วัดภูมโนรมย์ หรือ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คของมุกดาหาร ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นสถานที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา ที่สามารมองเห็นทิวทัศน์ของจังหวัดมุกดาหาร แม่น้ำโขงและแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ภายในวัดมีรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่สวยงามอลังการ นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดมีรอยพระพุทธบาทจำลอง พระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์ ให้ได้สักการะขอพรอีกด้วย ให้ท่านได้กราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ ในพื้นที่เดียวกัน เริ่มจากไฮไลท์ของที่ ไปสักการะ องค์พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช ก่อนถึงองค์พญานาคสวยงามมาก ต้องเดินผ่านระฆังที่ต้องใช้เหรียญตี แล้วอธิฐานให้สิ่งที่ดีๆกับการดำเนินชีวิตตามความเชื่อในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
15.00 น. สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
17.00 น. นำท่านไปชมวิว สะพานมิตรภาพไทยลาว ที่สามารถมองเห็นสะพานทอดข้ามไปสู่ฝั่ง สปป.ลาว ตรงบริเวณจุดชมวิว จะมีร้านค้าอาหารหมูจุ่ม หมูกระทะ ส้มตำ และที่นั่งริมน้ำโขง นั่งทานอาหารในช่วงเย็น รวมถึงมีแลนด์มาร์กที่โดดเด่น คือ รูปปั้นพญานาค

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านกลับเข้าสู่โรงแรมที่พัก

วันที่ 2มุกดาหาร – แก่งกะเบา – โบสถ์คริสต์ – หอแก้ว – นครพนม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. นำท่านเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมที่พัก ออกเดินทางสู่ แก่งกะเบา ตั้งอยู่ใน เขตบ้านนาแกน้อย อ.หว้านใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจมีทัศนียภาพที่สวยงาม มองเห็นวิวลำน้ำโขงทอดยาวซึ่งเป็นพรมแดนกั้นระหว่างประเทศไทยและเมืองไชยบุรี สปป.ลาว อากาศปลอดโปร่ง มีลมพัดตลอดเวลา ในพื้นที่ของแก่งกะเบายังมีแลนด์มาร์คที่โดดเด่น คือ รูปปั้นพญานาคหินอ่อน ลำตัวสีขาวหันหน้าไปทางลำน้ำโขงมีความงดงามและสง่างาม ในฤดูแล้งน้ำลดจนเห็นเกาะแก่งกลางน้ำและหาด ทรายสวยกว่าฤดูอื่นๆ ซึ่งแต่ก่อนเป็นสถานที่เล่นน้ำ แต่ปัจจุบันไม่สามารถเล่นน้ำได้ ภายในแก่งกะเบามีการสร้างสวนสาธารณะเอาไว้ให้พักผ่อนหย่อนใจ พร้อมจุดชมวิวอย่างสวยงาม บริเวณอาคารชมวิวมีภาพสามมิติรูปพญานาคหนึ่งภาพ เรียกได้ว่ามีจุดให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปหลายจุด มีระเบียงชมวิวมองวิวแม่น้ำโขง เป็นลานกว้างใหญ่ มีการจัดทำที่นั่งและเปลตาข่าย เป็นจุดถ่ายภาพเก๋ๆ หรือจะนั่งรับลมเย็นสุดชิลก็เข้าที แลนด์มาร์กที่โดดเด่นริมโขง อีกแห่งหนึ่งก็คือ องค์พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช (องค์พญานาคประจำคนเกิดวันจันทร์) ซึ่งเป็นรูปปั้นพญานาคสีขาวขนาดใหญ่ ให้ประชาชนได้มาสักการะขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วยการลอดท้องพญานาค โดยเริ่มจากส่วนหางไปจนถึงหัว จากนั้นนำท่านชม โบสถ์คริสต์วัดสองคอน ตั้งอยู่ท่ามกลางบริเวณอันกว้างขวางริมฝั่งโขง ณ บ้านสองคอน อำเภอหว้านใหญ่ สถานแห่งมรณะสักขีได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์คริสต์นิกาย โรมันคาทอลิก ที่มีชื่อเสียงในเรื่องความงดงามแปลกตาของตัวอาคาร เป็นโบสถ์คริสต์สร้างแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ เคยได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ปี 2539

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเที่ยวชม วัดพระศรีมหาโพธิ์ ตั้งอยู่ในอำเภอหว้านใหญ่ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมานานนับ 100 ปี บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณโดยรอบวัดศรีมหาโพธิ์ มองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำโขงซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทย และ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภายในวัดจะมีโบราณสถานและสิ่งก่อสร้างเก่าแก่สวยงาม คือ โบสถ์เก่าแก่ ศิลปะผสมตะวันตก ไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส พระมหาเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ องค์พระขนาดใหญ่ริมน้ำโขง ที่ควรค่าแห่งการมาเยี่ยมชม ภายในวัดจะมีโบราณสถานคือ สิมอีสาน โบสถ์เก่าแก่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2459 เป็นศิลปะผสมตะวันตก ไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส เป็นสิมที่ผนัง 3 ด้าน ภายในผนังจะมีธูปแต้มหรือจิตกรรมฝาผนังเรื่องราวของพระเวสสันดรชาดกที่เป็นฝีมือของช่างพื้นบ้านซึ่งนับว่าเป็นภาพที่งดงามและหาดูได้ยากในปัจจุบัน รวมทั้งภาพเหตุการณ์ที่สมเด็จกรมพระยาดำรงเดชานุภาพเสด็จตรวจหัวเมืองในมณฑลอีสานประทับทั่งอยู่บนเกวียน โบสถ์นี้จะไม่อนุญาติให้ผู้หญิงเข้าไป จากนั้นนำท่านชม หอแก้วมุกดาหาร สัญลักษณ์ของจังหวัดมุกดาหาร ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี มีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ทรง 9 เหลี่ยม ลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ทรงเก้าเหลี่ยม ชั้น 1 เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์มุกดาหาร เครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของชาวมุกดาหาร ชั้นบนสุด สามารถชมทัศนียภาพรอบตัวเมือง แม่น้ำโขงและฝั่งลาวได้อย่างสวยงาม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่จังหวัดนครพนม จังหวัดที่อยู่ติดกับมุกดาหาร (50กม./1ชม.)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านกลับเข้าสู่โรงแรมที่พัก

วันที่ 3นครพนม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านสักการะ พระธาตุพนม เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของ จ.นครพนม มีหลักฐานเชื่อได้ว่าพระธาตุองค์นี้มีอายุกว่า 2,300 ปี!! สร้างโดย พระมหากัสปะพร้อมด้วยพระอรหันต์ ๕๐๐ อีกรูป ซึ่งได้นำพระอุรังคธาตุหรือกระดูกหน้าอก ของสมเด็จพระสัมมนาพุทธเจ้ามาเพื่อบรรจุไว้ในพระธาตุแห่งนี้ พระธาตุพนมมีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยอิฐ ความสูง 53.6 เมตร ฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร มีกำแพงล้อมพระธาตุ 4 ชั้น องค์พระธาตุตั้งอยู่บนภูกำพร้า (เนินดินสูงจากพื้นธรรมดาประมาณ 3 เมตร) ความสูงโดยรวมของพระธาตุพนม คือ 56.6 เมตร จากนั้นเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เดิมเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของ พระยาอดุลยเดชสยามเมศวรภัคดีพิริยพาหะ (อุ้ย นาครทรรพ) เทศาภิบาลมณฑลอุดรธานี ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมคนแรก ก่อสร้างสร้างระหว่างปี พ.ศ. 2455-2457 ผู้สร้างเป็นชาวญวน ชั้นบนและล่างไม่มีเสา และไม่มีการตอกตะปูแม้แต่ดอกเดียว ใช้การเข้าเดือยไม้ และในระหว่างวันที่ 12-13 พ.ย. 2498 ในหลวงและพระราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางจังหวัดจึงจัดให้จวนแห่งนี้เป็นที่ประทับแรม ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัด

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ลานศรีสัตตนาคราช องค์พญาศรีสัตตนาคราช เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ จ.นครพนม ประดิษฐานบนริมฝั่งแม่น้ำโขง บนลานศรีสัตตนาคราช ตัวองค์พญาศรีสัตตนาคราช มีความเด่นสง่าเพราะมี 7 เศียร ลำตัวเดียว ถือได้ว่าเป็น ตระกูลพญานาคที่สืบสายพันธุ์มาแต่ครั้งพุทธกาล มีความใกล้ชิดพระพุทธองค์ และพระพุทธศาสนา จนอาจถือว่าเป็นต้นตระกูลแห่งพญานาค ซึ่งต่างร่ำลือว่า หากใคร มาขอพรหรือบนบานองค์พญาศรีสัตตนาคราช อาจสัมฤทธิ์ผลเพราะเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ทำให้บรรยากาศ บริเวณนี้คักคักไปด้วย ผู้คนแน่นขนัดจากทั่วสารทิศทุกวัน
15.00 น. สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนครพนม พร้อมความประทับใจจากเรา

อัตราค่าบริการ

โปรดสอบถามเจ้าหน้าที่

เงื่อนไข

โปรดสอบถามเจ้าหน้าที่